Friday, September 12, 2014

CSR 360 ตอนที่ 3 : การช่วยเหลือสังคมด้วยการส่งเสริมการศึกษาโดย สุธรรม บุญกลม

แม้ว่างานสัมมนา CSR 360 องศา โดยหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจจะผ่านมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ความรู้ที่ได้จากแนวคิดและประสบการณ์ของผู้นำองค์กรภาคธุรกิจชั้นนำต่างๆ ยังคงมีความสำคัญที่จะชี้ให้เห็นมุมมองการทำงานด้านพัฒนาสังคมใหม่ๆ ตัวอย่างมากมายที่คุณปรารถนา บุญบารมีได้เล่าสู่กันฟังก่อนหน้านี้ล้วนแสดงให้เห็นว่าองค์กรภาคธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งไทยและข้ามชาติ รวมทั้งทิสโก้ไฟแนนเชี่ยลกรุ๊ป ต่างให้ความสำคัญกับงานด้าน CSR เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา

องค์กรยักษ์ใหญ่อย่าง ปตท.เลือกที่จะส่งเสริมการศึกษาด้วยการสร้างสถาบันการศึกษาและการวิจัยด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมให้เป็นที่ยอมรับระดับโลก เพื่อนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และผลิตบุคคลากรคุณภาพเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมพลังงาน หรืออย่าง AIS ที่มีโครงการมอบทุนการศึกษา สร้างอาคารให้กับโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ฝึกอบรมอาชีพให้กับนักโทษหญิงในเรือนจำ ฯลฯ น้ำตาลมิตรผลก็มีโครงการส่งเสริมการศึกษาเช่นกัน แต่เน้นไปที่ทุนการศึกษาให้กับเยาวชนในชุมชนชาวไร่อ้อยที่เป็นแหล่งวัตถุดิบของมิตรผล เมือเรียนจบแล้วก็รับเข้าทำงานด้วย เพื่อที่ว่าให้เยาวชนที่มาจากชาวไร่ได้รับรู้ปัญหาและหาทางแก้ไขร่วมกันต่อไป ซึ่งแนวทางนี้ค่อนข้างใกล้เคียงกับสตาร์บัคส์คอฟฟี่ ที่เน้นส่งเสริมการศึกษาและคุณภาพชีวิตของคนในชนบท โดยเฉพาะกลุ่มชาวไร่กาแฟที่เป็นคู่ค้าของสตาร์บัคส์

ส่วนองค์กรอื่นๆ ที่ได้มาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ในวันนั้น ไม่ว่าจะเป็น ปูนซีเมนต์นครหลวง แอลพีเอ็น เทสโก้โลตัส และดีแทค ต่างก็เน้นเรื่องการศึกษาควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านอื่นๆ ด้วย อย่างแอลพีเอ็น ก็จะให้การศึกษาและทักษะการประกอบอาชีพแก่กลุ่มสตรีที่อยู่ในพื้นที่ก่อสร้าง หลังจากนั้นอาจจะรับเข้ามาทำงานในโครงการ หรือดีแทค ที่เน้นให้ความรู้เรื่องการใช้ไอทีอย่างถูกต้องและมีความรับผิดชอบ

สำหรับมูลนิธิทิสโก้นั้น เราบริจาคเงินเพื่อเป็นทุนการศึกษาปีละกว่า 20 ล้านบาท เป็นจำนวนทุนการศึกษาประมาณ 6,000 – 8,000 ทุน สำหรับนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศ หากนับจากวันที่มูลนิธิฯ ก่อตั้งจวบจนปัจจุบัน เราบริจาคเงินไปแล้วกว่า285ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินที่เยอะมาก มูลนิธิได้สร้างโอกาสให้กับเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้สามารถเข้าถึงระบบการศึกษาเพื่อเป็นใบเบิกทางให้มีอาชีพที่ดี มีอนาคต สามารถเลี้ยงดูตนเอง ครอบครัว และชุมชนของตนเองได้ นี่เป็นเป้าหมายกว้างๆ ของมูลนิธิฯ ในการทำงานด้านส่งเสริมการศึกษา ซึ่งเมื่อเทียบกับองค์กรภาคธุรกิจ จะเน้นไปเรื่องการพัฒนาแรงงานเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ตนคุ้นเคยเป็นหลัก ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งของความสำเร็จของกิจกรรม CSR ขององค์กรภาคธุรกิจชั้นนำเหล่านี้มาจากการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้สังคมรับรู้รับทราบความก้าวหน้าอย่างสม่ำเสมอ จนมีคำถามที่ว่า “ทำ CSR แล้วสามารถเพิ่มยอดธุรกิจได้อย่างไร” เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าการช่องทางสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ อย่างมูลนิธิฯ เอง แม้จะไม่เน้นการโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างองค์กรภาคธุรกิจ แต่เราควรจะมีช่องทางการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายบ้าง เพื่อให้พวกเขาได้ทราบถึงโครงการต่างๆ ที่มูลนิธิฯ ดำเนินการที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขา มูลนิธิจึงได้เริ่มต้นใช้ social mediaอย่างจริงจัง ทั้ง Facebook และ Instagram ซึ่งช่วงที่ผ่านมาพบว่ามีนักเรียน นักศึกษา และครูหลายคนที่ติดต่อมูลนิธิฯ เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ การขอรับการสนับสนุนด้านต่างๆ หรือแม้แต่ผู้ที่ต้องการแบ่งปันเรื่องราวที่น่าสนใจกับมูลนิธิจุดประสงค์หลักไม่ใช่เพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์องค์กร


0 Comments:

Post a Comment

<< Home