Thursday, November 13, 2014

“อดทน ตั้งใจ” เคล็ดลับความสำเร็จของ สมหมาย พิมพ์ประไพ ผู้รับทุนประกอบอาชีพ โดย วรรณา ประสังริโย

เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มูลนิธิทิสโก้ไปไปมอบทุนประกอบอาชีพให้กับนางสมหมาย พิมพ์ประไพที่อำภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี นางสมหมายมีอาชีพรับจ้างซักรีดเสื้อผ้า และทุนที่มูลนิธิได้มอบให้ในครั้งนั้นประกอบด้วยเครื่องซักผ้า     เตารีด ฯลฯ หลังจากนั้นมูลนิธิได้ไปติดตามผลนางสมหมายอีกสองสามครั้ง ซึ่งก็พบว่านางสมหมายสามารถเพิ่มรายได้จากการประกอบอาชีพขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งการติดตามผลครั้งล่าสุดที่เราได้เห็นว่านี่คือเคสทุนประกอบอาชีพที่ประสบความสำเร็จในปีนี้ทีเดียวค่ะ

หลังจากที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิ นางสมหมายบอกว่า“ทำงานได้เร็วขึ้นมาก สะดวกสบาย รายได้ก็เพิ่มขึ้นด้วย เพราะเราขอขึ้นราคาจาก 350 บาทต่อเดือน เป็น 500 บาทต่อเดือน ส่วนขาจรก็ชิ้นละ 10 บาทเท่าเดิม” พอพวกเราได้ทราบอัตราค่าบริการใหม่ของนางสมหมายก็ตกใจเล็กน้อย เพราะขึ้นมาเป็นร้อยเลย แต่นางสมหมายบอกว่า “ลูกค้าประจำไม่ได้ว่าอะไรเลยเขาเห็นเรามีเครื่องซักผ้าใหม่ มีอุปกรณ์ใหม่ ดูดีขึ้น เขาก็รู้ว่าเราจะซักเสื้อผ้าให้เขาได้ดีขึ้น เขาไว้ใจเราด้วย”

จากรายได้ที่เคยได้รับเดือนละประมาณ 4,500 บาท ปัจจุบันขยับขึ้นมาเป็นประมาณ 10,000 บาทต่อเดือนแล้ว แต่ก็ยังมีภาระมากมายที่ทำให้นางสมหมายยังไม่สามารถเริ่มมีเงินออม “บ้านเราก็เช่าเขาอยู่ เดือนละ 1,700 บาท ค่าน้ำค่าไฟอีก เดือนหนึ่งมีค่าใช้จ่ายตรงนี้หลายพันบาท อยู่กัน6คน มีหลาน3คน สามี ตัวฉัน และลูกสะใภ้ 1คน” นางสมหมายกล่าว “เราต้องส่งเสียหลานทั้ง คน ยังเด็กๆ กันด้วย คนแรกอยู่ ป.6 อีกคนอยู่ ป.5 และคนสุดท้ายอยู่อนุบาล 3 จะเปิดเทอมที เราก็เริ่มวุ่นวาย ต้องหาเงินมาซื้อข้าวซื้อของให้ นี่ตอนนี้อาจจะมีลูกสาวกับหลานอีกคนมาขออยู่ด้วยอีก เพราะเขามีปัญหากับสามีเขา ถ้ามาอยู่จริงเราก็ต้องดูแลอีก” นางสมหมายมีลูกชายอีกคนหนึ่ง แต่ลูกชายทำงานอยู่กรุงเทพฯ นานๆ จะกลับมาเยี่ยมนางสมหมายและสามี

ส่วนสามีก็มีธุรกิจร้านทำเฟอร์นิเจอร์อยู่ฝั่งตรงข้าม มีค่าเช่าเดือนละ 2,000 บาท และมีลูกจ้างรายวัน คน สามีนางสมหมายทำอาชีพนี้มา 10 ปีกว่าแล้ว ทำงานทุกวันไม่เว้นแม้วันหยุด รับงานตาม Order ที่ลูกค้าสั่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้ และมีบริการซ่อมแซมด้วย ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานราชการ อย่างไรก็ตาม งานของสามีไม่สามารถสร้างรายได้ได้ทุกวัน ส่วนใหญ่จะต้องมีการลงทุนซื้อไม้ซื้อเครื่องมือ และจะได้รับเงินเมื่อส่งมอบสินค้า และยังมีขั้นตอนการจ่ายเงินของราชการอีก ดังนั้น กว่าจะได้เงินค่าจ้างก็ต้องรอเป็นเวลาหลายเดือนเลยทีเดียว ระหว่างที่ไม่มีรายได้ ก็ต้องกู้ยืมเงินจากคนอื่นมาเป็นค่าจ้างลูกจ้างรายวัน เมื่อได้เงินมาก็นำไปใช้หนี้ และไปซื้อไม้และวัสดุอื่นๆ สำหรับทำงานต่อไปอีก แทบจะไม่มีเงินเหลือเก็บ

รายได้ต่อเดือนที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนั้นทำให้นางสมหมายกลายเป็นผู้ที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายหลัก ๆ ในบ้านทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน และยังต้องจัดสรรเงินบางส่วนไปช่วยหนุนร้านทำเฟอร์นิเจอร์ของสามีด้วย ส่วนเรื่องหนี้สิน ก็พยายามผ่อนชำระอย่างสม่ำเสมอและไม่กู้เพิ่ม จนตอนนี้เหลืออีกสองงวดก็จะเป็นอิสระจากพวกเจ้าหนี้ทั้งหลายแล้วค่ะเคล็ดลับของนางสมหมายนั้นน่าสนใจมาก “อดทนและตั้งใจทำ เขา(มูลนิธิทิสโก้)ให้ของเรามาแล้ว เราก็ต้องตั้งใจทำ เราต้องทำให้ได้นะ เพราะต่อๆ ไปเราจะได้มีเงินติดตัว มีเงินเก็บบ้าง เราเองก็ตั้งใจที่จะโละหนี้ส่วนของเราให้หมดให้ได้ อีกอย่างเราไม่ต้องไปหาซื้อของแล้วต้องมาผ่อนส่งด้วย ยิ่งเดี๋ยวนี้รับแต่เงินสด บางทีก็รับบัตร แล้วเราเองก็ไม่มีบัตรรูดอะไร แต่นี้เราได้ของมาฟรีๆ เราก็ต้องตั้งใจทำให้สมกับที่เขาให้เรามาฟรีๆ”

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ นางสมหมายมีการทำบัญชีรายรับรายจ่ายเป็นรายเดือนไว้ด้วยค่ะ แม้จะเป็นเพียงบัญชีรูปแบบง่ายๆ ทำเองบ้าง ให้สามีช่วยทำบ้าง เพราะตนเองเขียนหนังสือไม่ค่อยเก่ง แต่ก็ช่วยให้นางสมหมายเห็นรายรับรายจ่ายของตนเองและครอบครัว ทำให้เริ่มบริหารเงินได้ถูก และสามารถดูได้ว่าจะตัดค่าใช้จ่ายอะไรออกไปได้บ้าง “อย่างร้านทำเฟอร์นิเจอร์ของสามี เราก็เห็นว่ามีค่าจ้างคนงานเท่าไรบ้าง ไปยืมเงินใครมาบ้าง ต้องหมุนเงินอย่างไรบ้าง เมื่อไรจะได้รับเงินจากลูกค้า มันก็ช่วยได้มากนะ”

วันนี้เราทำได้ เราก็ภูมิใจของเราเอง อย่างลูกค้าโทรมาให้ไปรับเสื้อผ้ามาซักรีด ไม่ว่าจะตอนไหนๆ เราก้อรีบไปรับ ไม่เกี่ยง เราก็จะคิดว่าวันนี้จะได้เงินแล้วนะ 300-400 บาท โทรมาก็ต้องรีบไปเอา เอาเงินไว้ก่อน เราจะคิดแบบนี้ ทำให้เรามุ่งมั่น ตั้งใจ อดทน จะทำให้เรามีแรงทำ วันนี้เรายังมีแรง ยังแข็งแรง เราก็ต้องทำ และทำให้ได้” นางสมหมายกล่าวทิ้งท้าย

หลายๆ ท่านอาจจะยังคิดว่าชีวิตของนางสมหมายยังไม่ได้ดีขึ้นเท่าไร แต่เชื่อเถอะค่ะว่าชีวิตที่ปลอดหนี้นั้นคือชีวิตที่เป็นสุขอย่างยิ่งแล้ว ภาระครอบครัวของนางสมหมายเองก็ยังมากมายสาหัสอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหลานเล็กๆ หลายคนที่ยังต้องส่งเสีย และยังมีธุรกิจของสามีที่ต้องประคับประคองกันต่อไป แต่วันนี้นางสมหมายมีความมั่นใจและความมุ่งมั่นที่จะสู้ต่อไป ความอดทน ความตั้งใจ ระเบียบวินัยในการออม การทำบัญชีรายรับรายจ่าย จะช่วยให้ทุกคนผ่านพ้นอุปสรรคทางการเงินไปได้อย่างแน่นอนค่ะ และมูลนิธิจะนำเคสของนางสมหมายไปเป็นตัวอย่างให้กับผู้รับทุนประกอบอาชีพรายอื่นๆ ต่อไปค่ะ













0 Comments:

Post a Comment

<< Home