Tuesday, May 22, 2018

สัมภาษณ์ทุนรักษาพยาบาล ด.ช.รชต เทียนทอง


  เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2561 มูลนิธิฯ เดินทางไปที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี  เพื่อสัมภาษณ์ทุนรักษาพยาบาล ด.ช.รชต เทียนทอง อายุ 5 ขวบ อาศัยอยู่ที่ ม.3 ต.นิคมสร้างตนเอง อ.เมือง จ.ลพบุรี  เข้ารับการรักษาโรคลมชักและสมองที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี  เป็นผู้ป่วยพิการซ้ำซ้อน ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้  มีอาการของโรคลมชัก เนื่องจากแคลเซียมเกาะที่สมอง จากการติดเชื้อไวรัสระหว่างแม่ตั้งครรภ์  ขอรับบริจาครถเข็นสำหรับเด็ก  มูลค่าประมาณ 7,500 บาท



Friday, May 18, 2018

มอบทุนรักษาพยาบาล ด.ญ. ปรียาภัทร ทองสุข

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2561 มูลนิธิฯ มอบทุนรักษาพยาบาลเป็นรถเข็ญผู้พิการทางสมองสำหรับเด็ก และมุ้งขนาด 7.5 ฟุต  มูลค่า 15,279 บาท  ให้กับ ด.ญ. ปรียาภัทร  ทองสุข อายุ 12 ปี อาศัยอยู่ ซ.บางแวก154 แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพฯ  ผู้ป่วยพิการทางสมองไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้   กอปรกับมีโรคประจำตัวอื่นๆ เช่น โรคข้อติดผิดรูป โรคลมชัก และตาบอด ร่วมด้วย นอนติดเตียง มีความจำเป็นต้องใช้รถเข็น  มอบโดย คุณศรีสุดา บุญ-หลง กรรมการมูลนิธิฯ





Wednesday, May 16, 2018

สัมภาษณ์ผู้ขอทุนประกอบอาชีพ แขวงลุมพินี จำนวน 4 ราย

          เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2561 มูลนิธิฯ เดินทางไปที่แขวงลุมพินี  เขตปทุมวัน  กรุงเทพมหานคร เพื่อสัมภาษณ์ผู้ขอทุนประกอบอาชีพ จำนวน 4 ราย ดังนี้
          1. นางสาววิมลรัตน์ โพธิ์ทอง อายุ 51 ปี อาศัยอยู่ที่ซอยร่วมฤดี สถานภาพหม้าย สามีเสียชีวิตเมื่อปี 2560 ไม่มีบุตร  อาศัยอยู่บ้านของตนเองแต่ที่ดินของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  มีสมาชิกในครอบครัว 4 คน ประกอบด้วย พ่อ น้องสาว และหลาน 2 คน ผู้ขอทุนประกอบอาชีพขายกาแฟ และเครื่องดื่ม บริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาเพลินจิตร เริ่มขาย 03.00 – 09.00 น. ขอรับบริจาครถเข็นขายของ และร่มแม่ค้า เนื่องจากรถเข็นที่ใช้อยู่ผุพัง





          2. นางประภาพร  ทับทิมเทศ  อายุ 51 ปี อาศัยอยู่ที่ซอยโปโล อาชีพขายลูกชิ้นทอด สามี อายุ 55 ปี อาชีพพนักงานดับเพลิงและอาสามูลนิธิฯ มีสมาชิก 6 คน ประกอบด้วย พ่อ ผู้ขอทุน สามี ลูกชาย ลูกสะไภ้ และหลาน อาศัยอยู่บ้านของลุง (เสียชีวิตแล้ว) ที่ดินของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  ปัจจุบันรถเข็นขายลูกชิ้นที่ใช้อยู่ยืมหลานมาต้องเอาไปคืน ผู้ขอทุนเคยขายอาหารตามสั่งมาก่อนจึงขอรับบริจาครถเข็นขายของ  ตู้กระจก และอุปกรณ์ขายอาหารตามสั่ง






          3. นางสาววิมล เกสรินทร์ อายุ 56 ปี อาศัยอยู่ที่ซอยโปโล ปัจจุบันไม่ได้ประกอบอาชีพเนื่องจากป่วยเป็นโรคเบาหวาน และหอบหืด บางครั้งต้องใช้เครื่องช่วยหายใจหากอาการหอบหืดกำเริบ จึงต้องหยุดขายของ กอปรกับลูกชายโดนรถชนระหว่างกลับจากขับรถไปส่งผู้ขอทุนเพื่อขายของอยู่ระหว่างการรักษาตัว สามีไม่ได้ประกอบอาชีพเนื่องจากดวงตาเป็นต้อหินมองเห็นลางๆ  มีหนี้สิน ครอบครัวไม่มีรายได้ จึงขอรับบริจาครถเข็นเพื่อขายน้ำหวาน เครื่องดื่ม




          4. นางสาวเพ็ญนภา  ต้องโพนทอง  อายุ 24 ปี  อาศัยอยู่บ้านเช่า ที่ซอยปลูกจิต สถานภาพหย่าร้าง มีบุตร 1 คน อาชีพขายข้าวขาหมู อาศัยอยู่กับตายาย และน้องชาย ขอรับบริจาคตู้กระจก จาน ถ้วยน้ำจิ้ม ช้อน-ส้อม เครื่องปั่นพริกเพื่อทำน้ำจิ้ม และร่มแม่ค้า




Friday, May 11, 2018

มอบทุนประกอบอาชีพให้กับ นางสาวปัทมา เกิดกรุง

          เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2561 มูลนิธิฯ เดินทางไปมอบทุนประกอบอาชีพให้กับ นางสาวปัทมา เกิดกรุง อายุ 32 ปี สถานภาพหม้าย อาศัยอยู่กับบุตรจำนวน 4 คน รวม 5 คน อุปกรณ์ที่มูลนิธิฯ บริจาค ได้แก่ รถเข็นแบบมีหลังคา กระทะ ถาด ตะแกรง เตาแก๊ส เครื่องปั่นน้ำผลไม้ ถังน้ำแข็ง แก้ว หลอด ถุง น้ำผลไม้สำเร็จรูป ไม้เสียบลูกชิ้น เงินทุน และได้รับการสนับสนุนร่มแม่ค้าจากธนาคารทิสโก้มอบให้ด้วย รวมมูลค่า 20,000 บาท พร้อมกับมอบพัดลมอีกจำนวน 2 ตัว อุปกรณ์การเรียน ขนม และของเล่นที่มูลนิธิฯ ได้รับบริจาคมา ให้กับบุตรของผู้ขอทุน มอบโดย พลเอก สมชาย อุบลเดชประชารักษ์ ประธานคณะที่ปรึกษามูลนิธิฯ คุณวรรณี อุบลเดชประชารักษ์ กรรมการและเลขานุการ คุณศรีสุดา บุญ-หลง และคุณภัทธิรา วัฒนวรางกูร กรรมการมูลนิธิฯ








มอบทุนรักษาพยาบาลน.ส.เบญจวรรณ อรุณสาธิต และสัมภาษณ์ทุนรักษาพยาบาล ด.ญ. ปรียาภัทร ทองสุข

          เมื่อวันที่ (3 เมษายน 2561) มูลนิธิฯ มอบทุนรักษาพยาบาลเป็นรถเข็ญไฟฟ้ารุ่น CM-102AL เบาะรองนั่ง และพนักพิงกว้าง 55 cm. จำนวน 1 ชุด มูลค่า 30,000 บาท ให้กับ น.ส.เบญจวรรณ อรุณสาธิต อายุ 43 ปี อาศัยอยู่ ซ.เพชรเกษม 116 เขตหนองแขม กรุงเทพฯ เนื่องจากรถเข็ญที่มีอยู่ไม่สามารถรองรับขนาดร่างกายและน้ำหนักตัวที่มากขึ้นจากการแพ้ยาคุมกำเนิดที่ใช้ในการรักษาความผิดปกติที่มดลูกได้ มีความยากลำบากในการใช้งาน ทำให้เส้นเอ็นหัวไหล่อักเสบ เนื่องจากการออกแรงเข็ญมากเกินไป และผู้ป่วยต้องใช้รถเข็นในการเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลด้วยตัวเองทุกเดือน เดือนละ 2-3 ครั้ง แพทย์ที่โรงพยาบาลจึงแนะนำให้ผู้ป่วยใช้รถเข็ญไฟฟ้าแทน โดยคุณศรีสุดา บุญ-หลง กรรมการมูลนิธิฯ เป็นผู้มอบ






          จากนั้นมูลนิธิฯ เดินทางไปสัมภาษณ์ทุนรักษาพยาบาล ด.ญ. ปรียาภัทร ทองสุข อายุ 12 ปี อาศัยอยู่ ซ.บางแวก154 แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพฯ ผู้ป่วยพิการทางสมอง ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ กอปรกับมีโรคประจำตัวอื่นๆ เช่น โรคข้อติดผิดรูป โรคลมชัก และตาบอด ร่วมด้วย ปัจจุบันผู้ป่วยอาศัยอยู่กับพ่อแม่ และน้องชาย 1 คน รวม 4 คน พ่อ อายุ 40 ปี ประกอบอาชีพรับจ้าง ไม่มีสวัสดิการ แม่ อายุ 42 ปี ไม่ได้ประกอบอาชีพ เนื่องจากต้องดูแลผู้ป่วย ตามความเห็นของแพทย์สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ผู้ป่วยสำลักน้ำคร่ำตั้งแต่แรกเกิด จนเป็นเหตุให้มีภาวะสมองพิการ นอนติดเตียง มีความจำเป็นต้องใช้รถเข็นผู้พิการ ปัจจุบันคณะแพทย์ ทำการรักษาตามอาการของผู้ป่วย และนัดพบแพทย์ประมาณ 3 เดือนครั้ง อุปกรณ์หรือสิ่งที่ขอรับบริจาคคือ รถเข็นนั่งผู้ป่วยพิการทางสมอง มูลค่าประมาณ 15,000 บาท โครงสร้างทำด้วยโลหะสแตนเลสหรืออลูมิเนียมอัลลอยด์ สามารถปรับเอนนอน พับเก็บได้ น้ำหนัก-เบา มีสายรัด






ประชาสัมพันธ์ทุนการศึกษาที่โรงเรียนบ้านวังเกษตร และสัมภาษณ์เยี่ยมบ้านผู้ขอทุนประกอบอาชีพ นางสาวปัทมาพร เกิดกรุง อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี

          เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2561 มูลนิธิฯ ลงพื้นที่เพื่อประชาสัมพันธ์ทุนการศึกษาที่โรงเรียนบ้านวังเกษตร อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี และสัมภาษณ์และเยี่ยมบ้านผู้ขอทุนประกอบอาชีพ นางสาวปัทมาพร เกิดกรุง มูลนิธิฯ ได้พบคุณณัฐวัฒน์ สถิตย์ธนโภคิน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวังเกษตร และคณะครูของโรงเรียน เพื่อประชาสัมพันธ์ถึง วัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ ประเภททุนที่มูลนิธิฯบริจาค ตลอดจนระเบียบในการขอทุนประเภทต่างๆ และนอกจากนี้ได้พบผู้ขอทุนซึ่งเคยประกอบอาชีพ นางสาวปัทมา เกิดกรุง มีบุตร 4 คน มี 3 คนที่กำลังศึกษาอยู่โรงเรียนบ้านวังเกษตร นางสาวปัทมา เกิดกรุง อาชีพ ขายลูกชิ้นทอด และน้ำผลไม้ปั่น อายุ 32 ปี สถานภาพหม้าย สามีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ สามีเป็นเสาหลักของครอบครัว ทำให้ปัจจุบันครอบครัวไม่มีรายได้ ปัจจุบันเป็นแม่บ้านอาศัยอยู่กับบุตรจำนวน 4 คน รวม 5 คน บุตรสาวคนโต อายุ 14ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 บุตรชายคนที่ 2 อายุ 10 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 บุตรสาวคนที่ 3 อายุ 5ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาล ปีที่ 1 และบุตรชายคนสุดท้อง อายุ 4 เดือน สาเหตุที่ขอรับบริจาคทุน เนื่องจากครอบครัวได้สูญเสียสามี เสาหลักของครอบครัว ทำให้ไม่มีรายได้ จำเป็นต้องหาเงินเลี้ยงบุตรทั้ง 4 คน ทุกวันนี้ใช้จ่ายจากเงินเดือน เดือนสุดท้ายของสามี และผู้ใจบุญบริจาค อุปกรณ์ที่ขอรับบริจาค ได้แก่ รถเข็นแบบมีหลังคา ร่มแม่ค้า กระทะ ถาด ตะแกรง แก๊สปิคนิค เครื่อง-ปั่นน้ำผลไม้ ถังน้ำแข็ง แก้ว หลอด ถุง และน้ำผลไม้สำเร็จรูป






การประชุมสามัญคณะกรรมการมูลนิธิทิสโก้ เพื่อการกุศล ประจำปี 2561

          เมื่อวันที่ ( 26 มีนาคม 2561) มูลนิธิฯ จัดการประชุมสามัญคณะกรรมการมูลนิธิทิสโก้ เพื่อการกุศล ประจำปี 2561 นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยังได้จัดเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อขอบคุณคณะทำงานที่มีส่วนช่วยเหลือกิจกรรมของมูลนิธิฯ ในกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน “วิ่งสานฝัน ปันโอกาส” และกิจกรรมอื่นๆที่มูลนิธิฯจัดขึ้น ในการนี้ คุณศิวะพร ทรรทรานนท์ ประธานมูลนิธิฯ ได้กล่าวขอบคุณคณะทำงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ทำให้กิจกรรมต่างๆของมูลนิธิฯสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และมีเงินบริจาคเข้ามูลนิธิฯ เพื่อมูลนิธิฯ จะได้นำไปช่วยเหลือผู้ที่ขาดแคลนโอกาส ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา โอกาสในการประกอบอาชีพ และโอกาสในการรักษาพยาบาล เพื่อให้สามารถพึ่งตนเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป






มอบทุนรักษาพยาบาลและทุนประกอบอาชีพ นายไพร แสนรักวงศ์ และสัมภาษณ์ทุนรักษาพยาบาลน.ส.เบญจวรรณ อรุณสาธิต

          เมื่อวันที่ ( 20 มีนาคม 2561) มูลนิธิฯเดินทางไปที่ตลาดท่าอิฐ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี เพื่อมอบทุนรักษาพยาบาลเป็น “ชุดเครื่องช่วยฟังดิจิตอล แบบทัดหลังหู” มูลค่า 13,500 บาท ให้กับนายไพร แสนรักวงศ์ อายุ 64 ปี ผู้พิการทางการได้ยิน และสื่อความหมาย อาชีพรับจ้างซ่อมแซมเสื้อผ้าในตลาดท่าอิฐ และมูลนิธิฯยังได้มอบทุนประกอบอาชีพเป็นจักรเย็บผ้า JACK รุ่น F4 เตารีด โคมไฟ และกรรไกรตัดผ้า รวมมูลค่า 12,333 บาทให้ด้วย เนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้อยู่เดิมนั้นเก่าและต้องซ่อมแซมบ่อยๆ อีกทั้งผู้ขอทุนใช้ชีวิตตามลำพังคนเดียว โดยมีคุณศรีสุดา บุญ-หลง กรรมการมูลนิธิฯเป็นผู้มอบ 




         จากนั้นมูลนิธิฯเดินทางไปที่ซ.เพชรเกษม 116 เขตหนองแขม กทม. เพื่อสัมภาษณ์ทุนรักษาพยาบาล น.ส.เบญจวรรณ อรุณสาธิต อายุ 43 ปี สถานภาพโสด ป่วยเป็นอัมพาตท่อนล่างจากอุบัติเหตุ เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ไม่สามารถเดินได้ต้องนั่งรถเข็น จากอุบัติเหตุดังกล่าว ทำให้เส้นประสาทไขสันหลังมีปัญหา และตัวผู้ป่วยเองก็เกิดอาการแพ้ยาคุมกำเนิดที่รับประทานเพื่อรักษาความผิดปกติที่มดลูก ทำให้น้ำหนักผู้ป่วยเพิ่มจาก 40 กิโลกรัม เป็น 90 กิโลกรัม ในเวลาไม่กี่เดือนปัจจุบันผู้ป่วยต้องใช้รถเข็นในการเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ด้วยตัวเองทุกเดือน เดือนละ 2-3 ครั้ง ด้วยน้ำหนักตัวที่มากขึ้นทำให้รถเข็ญที่มีอยู่ ไม่สามารถรองรับขนาดร่างกายได้ดี และมีความยากลำบากในการใช้ เพราะต้องออกแรงมากทำให้เส้นเอ็นหัวไหล่อักเสบ แพทย์ที่โรงพยาบาลจึงแนะนำให้ผู้ป่วยใช้รถเข็ญไฟฟ้าแทน โดยมีมูลค่าประมาณ 30,000 บาท